ได้สังเกตว่าวรรณกรรมเยาวชนหลายๆเล่มในปัจจุบัน ไม่่ค่อยมีคำนำจากผู้เขียน (จะมีก็เป็นเรื่องย่อหรือเกริ่นเรื่องแค่นั้น) ทั้งที่จริงแล้วคำนำที่เป็นความรู้สึกจากผู้เขียนที่อยากจะส่งถึงหรือบอกกล่าวกับผู้อ่านนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ขออนุญาตยกตัวอย่างจาก "ผู้เสกทราย" ของ "ลวิตร์" ที่เพิ่งวางแผงเร็วๆนี้
จากใจนักเขียน
ที่จริงแล้ว ผู้เขียนเขียน 'ผู้เสกทราย' ขึ้นด้วยจุดประสงค์อันหลากหลายอย่างยิ่ง
มีเรื่องหลายเรื่องที่อยากพูด อยากคุยให้ฟัง อยากถามความเห็น อยากชวนไปดู เรื่องสนุกน่าอัศจรรย์ซึ่งบางครั้งอาจเรียบง่ายแสนธรรมดา เรื่องอย่างเช่นว่าครั้งหนึ่งมีคนคนหนึ่งดีกับเด็กคนหนึ่ง และเพราะเขาดีกับเด็กคนนั้น โลกทั้งโลกจึงได้เปลี่ยนไป
แต่ในที่สุดถ้าให้เลือกจากเรื่องทั้งหลายที่ผู้เขียนนึกเกี่ยวกับผู้เสกทรายแล้ว สิ่งที่เด่นและชัดเจนที่สุดก็คือคำถามที่ว่า สิ่งที่แตกต่างกันจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้ขึ้นเพราะว่าที่จริงแล้ว เราทุกคนล้วนเคยเป็น 'คนในวง' และ 'คนนอกวง' มาแล้วทั้งนั้น ในบางจังหวะเราเป็นคนใน เป็นสมาชิกของกลุ่มอันอบอุ่น ในบางจังหวะเราก็ถูกกีดดันออก ได้แต่ชะเง้อชะแง้อยู่ข้างนอก สงสัย กลัว และไม่แน่ใจว่าเราจะมีวันได้รับการยอมรับเข้าไปหรือไม่ เราซึ่งเหมือนกลุ่มและแตกต่างจากกลุ่ม และจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดกาลเพราะมนุษย์แต่ละคนเกิดมาไม่เหมือนกันเลย
คุณวิศิษญ์ วังวิญญูซึ่งเป็นผู้สนใจเรื่องการศึกษาทางเลือกท่านหนึ่งในประเทศไทย และเป็นคนที่ผู้เขียนนับถือได้บอกเอาไว้ว่าชั่วขณะจิตที่มนุษย์กลายเป็นปีศาจ เป็น demon เป็น monster ก็คือชั่วขณะที่คิดว่า 'แกไม่ใช่พวกของฉัน' เสียแล้ว อีกฝ่ายก็ไม่มีความหมายอะไร ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ฆ่าได้ ทำร้ายได้ แต่ที่จริงมันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า สมควรเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า แก้ไขได้หรือเปล่า เปลี่ยนได้หรือเปล่า ผู้เขียนไม่เคยรู้เลย
บางทีนิยายเรื่องนี้อาจจะเป็นคำตอบของคำถามที่ผู้เขียนถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้นกระมัง
ลวิตร์
มีนาคม 2552
.....................................
ส่วนตัวแล้วได้อ่านแบบนี้ ก็อยากจะอ่านให้จบเล่มว่าผู้อ่านจะสื่ออะไรให้เราได้เห็นนะครับ นอกเหนือไปจากการที่สนใจติดตามพล็อตเรื่องหรือตัวละครแล้ว
คำนำจากผู้เขียนสำคัญมากจริงๆนะครับ นักเขียนและสำนักพิมพ์โปรดอย่าละเลย